บัตรเด็ก 7 ปี ???
posted on 10 Jul 2011 10:01 by overload297ได้ยินผู้ใหญ่เค้าประกาศกันว่าให้เด็ก 7 ขวบไปทำบัตรประชาชนตอนแรกก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่พอมาดูข่าวก็ตะลึงเลย
เดินหน้า 7 ขวบทำบัตร ประชาชน เด็กหรือผู้ใหญ่ ใครได้ประโยชน์!!
แม้ว่าจะมีเสียงโวยวายอื้ออึง ไม่เห็นด้วยกับโครงการความคิดแปลก ให้เด็กอายุตั้งแต่ 7-14 ปี ทำบัตรประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 8 ล้านคน แต่แล้วโครงการดังกล่าวยังคงเดินหน้า มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2554 ซึ่งก่อนหน้านี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2554 สาระสำคัญของกฎหมายคือ
กำหนดให้ผู้มีสัญชาติไทยที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน
ทั้งนี้ เหตุผลของกรมการปกครองระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการเข้ารับบริการสาธารณะของรัฐ จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ และวิธีการการออกบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้สอดคล้องกับการที่รัฐจะนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการบริการประชาชนในด้านต่าง ๆ ผ่านทางบัตรประจำตัวประชาชน ป้องกันการปลอมแปลงเอกสารสวมสิทธิ์สัญชาติไทยของบุคคลต่างด้าว
อย่าง ไรก็ตาม ผลเสียที่ตามมา ย่อมเป็นภาระของผู้ปกครองที่ต้องเสียเวลาพาบุตรหลานของตนไปทำเรื่องติดต่อขอ ทำบัตร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เด็กที่มีอยู่ทั้งหมด 8 ล้านคนกับงบประมาณมหาศาลจึงเป็นข้อครหาที่ว่า จะเกิดการทุจริตบัตรสมาร์ทการ์ดเกิดขึ้นหรือไม่ และมีความจำเป็นอย่างไรจึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว เสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายระบุว่า แทนที่จะแก้ไขปัญหาจะยิ่งเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นตามมาพัลวัน
นาย มนตรี สินทวีชัย หรือ ครูยุ่น เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถือเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบกับเด็กหลาย ๆ กลุ่ม เช่น กลุ่มเด็กพิการ เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน ที่ตามหลักแล้วรัฐจะต้องคอยดูแลสงเคราะห์เด็กกลุ่มนี้ด้วย และโดยตามกฏหมายในอดีตได้ผ่านกระบวนการคิดที่ดีอยู่แล้วว่า ให้เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไปค่อยมีบัตรประจำตัวประชาชน เพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีความคิดเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ขณะที่นางประทีป อึ้งทรงธรรม ประธานมูลนิธิดวงประทีป กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับกฏหมายดังกล่าว เพราะไม่เห็นว่ามีความเหมาะสมอะไรที่จะให้เด็ก 7 ขวบทำบัตรประชาชน เพราะในเรื่องธุรกรรมต่าง ๆ ผู้ปกครองต้องเป็นผู้ดูแลให้อยู่แล้ว ซึ่งหากให้เด็กถือบัตรก็อาจทำหายได้ ส่วนที่ระบุว่า เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์บุคคลต่างด้าว ตรงนี้ตนมองว่าไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา เพราะหากจะแก้ไขปัญหานี้จริง ๆ ต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นผู้ป้องกันแก้ไขปัญหามากกว่า
แต่ ผู้ปกครองบางส่วนเห็นพ้อง ในแง่ที่ว่า จะเป็นประโยชน์ไม่ต้องพกสูติบัตร ในการติดต่อราชการ อีกทั้งปัญหาเด็กเร่ร่อน ขอทานอาจลดน้อยลง
ไม่ ว่าอย่างไรก็ตาม วันที่ 11 ก.ค.นี้จะเป็นวันเปิดทำการวันแรกเดินหน้าโครงการ โดยคิดอัตราค่าธรรมเนียมการออกบัตร ฉบับละ 100 บาท การออกใบแทนใบรับ ฉบับละ 10 บาท และการขอคัดและรับรองสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับบัตร ฉบับละ 10 บาท
คงต้องรอดูกันต่อไปว่า โครงการนี้ ผลประโยชน์จะตกกับเด็กและผู้ปกครอง หรือผู้ใหญ่(บาง)คนที่แสวงหาผลประโยชน์จากช่องทางที่ไม่โปร่งใส… (ผู้ใหญ่ มั้งนะ^^ )
edit @ 10 Jul 2011 10:03:23 by ::Rookie::BlogGang::

sky-bloody

แต่คิดในแงร้ายคนที่ได้ประโยชน์สุดๆคงเป็นมนุษย์ที่กินบัตร กินพลาสติก กินหินปูนทราย ได้แน่นอน
#1 By Paa orKant on 2011-07-10 10:37